18 : มาเสม็ด เสร็จ...
[Pee : Say]
“พี่พี มานอนสิ”
“อ่า ครับ”
ผมตอบน้องพรีมก่อนจะเดินขึ้นเตียงด้วยท่าทีหวั่นๆ
เพราะไม่รู้จะบุกยังไงดี ดูแล้วคนตัวเล็กก็ไม่เล่นด้วยซักนิด จะนอนๆ อย่างเดียว ส่วนตอนนี้น้องชายผมมันเริ่มตื่นตั้งแต่เห็นน้องพรีมในชุดเสื้อเชิ้ตแล้ว
บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กินเข้าไปอีก ผมมองคนตัวเล็กที่นอนหลับตานิ่ง
โดยปล่อยให้ปลายเสื้อเชิ้ตเลิกขึ้นมาจนสามารถเห็นบ็อกเซอร์ด้านใน
แค่นั้นมันก็ทำให้จุดอ่อนไหวของผมมันปวดไปหมด
จะปล่อยไว้ แล้วไปช่วยตัวเอง...
หรือจะรุกดี
น้องพรีมลืมตาขึ้นมามองผมนิดหน่อย
ก่อนจะขยับปากเล็กๆ นั่นถาม “พี่พีเป็นอะไรอ่ะ ทำไมไม่นอน”
“น้องพรีมครับ พี่...”
“อยากลองแล้วล่ะสิ ” คนตัวเล็กยิ้มมุมปาก ก่อนจะมองผมด้วยแววตาขำๆ คงจะถูกใจมากที่ทำให้ผม ‘อยากลอง’ ได้ขนาดนี้ “พี่พีรักพรีมหรือเปล่า?”
“...”
“ตอบไม่ได้เหรอ”
“ครับ”
ผมหลบตาน้องพรีมที่กำลังเม้มปากแน่น
เพราะรู้ตัวดีครับ การที่จะมีอะไรกับคนที่ตัวเองยังหาคำตอบไม่ได้ว่ารักหรือเปล่า
มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย โดยเฉพาะน้องพรีม เจ้าตัวไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่ผมเคยนอนด้วย
มันเหมือนมีมากกว่านั้น
เป็นอะไรที่สำคัญมากกว่าและถ้าผมจะทำร้ายคนตรงหน้าด้วยอารมณ์ของตัวเอง
มันก็คงจะใช่เรื่องอยู่
“นอนนะครับ” ผมพูดเสียงเบา
พลางลูบหัวคนตัวเล็ก
“พี่พีไม่รักพรีมซักนิดเลยเหรอ”
“...”
“หรือรักแต่ไม่พูด...นั่นสินะ
พี่พีเป็นพวกชอบแสดงออกมากกว่าคำพูดนี่นา...”น้องพรีมพูดด้วยท่าทีติดตลก
แต่ผมกับไม่รู้สึกว่ามันตลกซักนิด
“...”
“...งั้นพรีมจะคิดไปเองได้มั้ย
ว่าพี่ก็รักพรีมเหมือนกัน”
ไม่ว่าเปล่า
คนตัวเล็กใช้มือโน้มคอของผมลงไป จนริมฝีปากของเราแตะกัน
ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะตักตวงคนตรงหน้าให้พอใจ ลิ้นของผมค่อยๆ
ทำให้กลีบปากเล็กของน้องพรีมเปิดออก
ก่อนที่ลิ้นของเราเกี่ยวพันกันไปมาจนรับรู้รสชาติของกันและกัน ซึ่งรสหวานๆ
ของน้ำส้มยังคงติดอยู่ในปากของน้องพรีม
ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะดูดลิ้นนั้นเพื่อชิมความหวานของมัน
ก่อนที่คนตัวเล็กจะดันหน้าผมออกด้วยอาการหอบถี่ๆ
“ขะ...ขมอื้อ...”
ผมกดจูบลงไปอีกรอบ
โดยไม่ปล่อยให้น้องพรีมเว้นวรรคมากนัก เจ้าตัวหลับตาปี๋ คงเป็นเพราะรสขมๆ
ของเบียร์ที่ยังคงติดอยู่ในปากของผม แต่ก็ใช่ว่าผมจะยอมถอย
ลิ้นของผมยังรุกรานอยู่ในปากของน้องพรีม
ส่วนมือก็เอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ผมเคยติดให้คนตัวเล็กเองกับมือ
กระดุมเม็ดแรกหลุดออกอย่างง่ายดาย ตามด้วยเม็ดถัดๆ ไป จนหมด
เหมือนกับน้องพรีมจะรู้ตัวแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเอง
จึงใช้มือของตัวเองมาจับมือของผมแน่น ผมเองก็ได้แต่บีบมือเล็กนั้นกลับ
ราวกลับว่าให้เจ้าตัวเชื่อมั่นในตัวผม
ทั้งๆ ที่มันไม่มีหลักประกันอะไรเลย...
แต่น้องพรีมก็เลือกที่จะเชื่อ
เพราะมือเล็กค่อยๆ ปล่อยมือผมออกและเปลี่ยนเป็นโอบรอบคอเหมือนเดิม
ก่อนที่เจ้าตัวจะตอบรับจูบของผมอย่างหนักหน่วง ซึ่งมันทำให้ผมแถบกูไม่กลับ
มือผมไล้ฟ้อนเฟ้นไปทั่วเนื้อตัวขาว โดยเฉพาะตุ่มไตเม็ดเล็กทั้งสองข้าง
คนตัวเล็กจะบิดไปมาทุกครั้งที่ผมบดขยี้มัน
ผมถอนจูบออกก่อนจะมองใบหน้าน้องพรีมที่ตอนนี้แดงกล่ำ บวกกับแววตาช่ำๆ
ยิ่งทำให้อารมณ์ของผมพลุ่งพล่าน
ไม่ไหวแล้ว...
“ขอนะครับ...” ผมพูดเสียงเบา ก่อนที่น้องพรีมจะหน้าแดงยิ่งกว่าเก่า และเบือนหน้าหนี
“อื้อ...”
แม้จะเป็นคำตอบสั้นๆ
แต่ก็ทำให้ผมที่จะอดยิ้มไม่ได้ ก่อนที่ตัวเองจะกดจูบลงไปอีกรอบ คนใต้ร่างของผม
เริ่มใช้มือของตัวเองรุกผมบ้างโดยการสอดมือเข้าไปในเสื้อของผมแล้วลูบจนทั่ว
ก่อนที่มือนั่นจะเลื่อนลงต่ำเลื่อยๆ จนมันจับกุมน้องชายผมที่พองคับกางเกง
น้ำพรีมทำตาโตก่อนจะชักมือกลับ
ถอยตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะครับ
ผมผละใบหน้าออก
ก่อนจะมองน้องพรีมที่ทำหน้าตื่น คงจะตกใจในแรงอารมณ์ของผมนั่นแหละ คนตัวเล็กค่อยๆ
หันมามองหน้าผม แล้วพูดออกมาเสียงเบา “ของพี่พีน่ากลัว...”
“เคยจับแล้วไม่ใช่เหรอครับ ”
“อะไรเล่า !”
ผมหลุดหัวเราะกับหน้าบึ้งๆ
บวกกับท่าทีเขินๆ ของเจ้าตัว พลางนึกถึงครั้งก่อนที่น้องพรีมเคยช่วยผม
แต่มันก็แค่ความสัมพันธ์ภายนอกเท่านั้น ไม่มีอะไรลึกซึ้งเท่าไหร่
และครั้งนี้ก็ก็หวังว่าผมจะได้ครอบครองคนตัวเล็กมากกว่านั้น
มากให้เท่าที่ผมต้องการ
น้องพรีม
ดันตัวเองขึ้นทำให้ผมต้องถอยออก
คนตัวเล็กมองหน้าผมที่นั่งอยู่ไม่ห่างด้วยท่าทีหวั่นๆ
ก่อนจะเอื้อมนั่นมาที่เป้ากางเกงของผมอีกครั้งพลางบีบเบาๆ ผ่านเนื้อผ้า
แม้จะเป็นการสัมผัสเบาๆ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ผมเผลอครางออกมา
ดูแล้วน้องพรีมเองก็พอใจในการกระทำของตัวเอง ท่าทีเขินอายค่อยๆ หายไปแต่ไม่ทั้งหมด
ได้ที้เจ้าตัวเลยเปลี่ยนเป็นล้วงมือเข้าไปในกางเกงนอนของผม
ก่อนที่มือนั่นจะสัมผัสเข้ากับจุดอ่อนไหวโดยมือเล็กค่อยๆ
กำมันไว้ทำให้ผมเผลอซี๊ดปากออกมา
น่าอายชะมัด!
“อึก...!”ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อน้องพรีมบีบไอ้นั่นของผมแรงๆ
ก่อนที่เจ้าตัวจะหลุดหัวเราะ แต่ผมนี่สิ เจ็บสุดๆ คนตัวเล็กหัวเราะคิกคัก
มองผมที่ทำหน้าเจ็บปวดอยู่ “กะ...แกล้งพี่อีกแล้วนะครับ”
ให้ตายสิ!
แกล้งอะไรไม่แกล้ง มาบีบไอ้นี่เนี่ยนะ!
“ฮ่าๆๆ นิดเดียวเอง~”
“สงสัยคืนนี้ต้องจัดการกับเด็กดื้อหนักๆ”
ผมพูดประโยคเดียวกับที่พูดกับน้องพรีมบนรถ
ซึ่งทำเอาเจ้าตัวถึงกับหน้าตาตื่นแล้วหุบยิ้มทันที
ก่อนที่เจ้าตัวจะชักมือออกจากกางเกงของผมอย่างไว และแน่นอนว่าผมไวกว่า
ผมคว้าตัวน้องพรีมที่กำลังจะดันตัวเองถอยไปทางด้านหลังให้เข้ามาใกล้
แล้วจับกดลงกับที่นอนโดยมีผมขึ้นไปนั่งทับไว้แล้วกดแขนทั้งสองนั่นลงกับที่นอน
เพื่อไม่ให้สามารถขยับหนีไปไหนได้
เสื้อเชิ้ตของคนตัวเล็กเปิดออกกว้างจนแทบจะหลุดออกจากตัว
ผมใช้สายตาไล่มองร่างกายนั้นอย่างสื่อความหมาย ซึ่งน้องพรีมเองก็ได้แต่ดิ้นไปมา
“อ๊ะ...!”
ผมกดริมฝีปากลงไป
โดยเปลี่ยนเป้าหมายจากปากเป็นยอดอกเม็ดเล็กสีชมพูนั่นแทน คนตัวเล็กถึงกับบิดเร้าๆ
เมื่อผมดูดเม้มมันแรงๆ แต่ก็ไม่วายที่จะแอ่นอกขึ้นสู้ปากผม ยิ่งน้องพรีมดิ้น
ผมก็ยิ่งนึกสนุก ไล่เม้มทั้งสองข้างสลับไปมาจนมันขึ้นสีเรื่อตัดกับผิว
“หึ ”
“ไอ้พี่พีบ้า~”
ผมปล่อยแขนน้องพรีมให้เป็นอิสระ
หลังจากที่คนตัวเล็กหยุดดิ้น และเปลี่ยนเป็นจับหัวผมแทน ผมไล่จูบตามเนื้อตัวขาว
ส่วนมือก็เริ่มรุกรานเข้าไปในบ็อกเซอร์ตัวบางจนทำให้เจ้าตัวสะดุ้งโหยง
ผมดันตัวเองขึ้นก่อนจะดึงกางเกงนั่นให้พ้นตัวคนตรงหน้า
ซึ่งน้องพรีมเองก็หลับตาปี๋ขาก็หุบขาแน่นเพื่อปกปิดส่วนนั้นของตัวเอง
แล้วก็ไม่ลืมที่จะยกมือขึ้นมาปิดหน้า
อ่า...จะดึงดูดกันถึงไหน
“พรีมอายนะ...”
“J” ผมยิ้มให้คนตัวเล็กที่ส่งสายตาผ่านมือเล็กนั่นมา
ก่อนที่ตัวเองจะลุกขึ้นแล้วเดินไปที่กระเป๋าเสื้อผ้าที่วางไว้มุมห้อง
ซึ่งน้องพรีมค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นแล้วมองผมงงๆ
ผมจึงไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กต้องรอนานนัก โดยการหยิบวาสลีนที่แอบพกติดกระเป๋ามา
ก่อนจะเดินกลับไปที่เตียง
“อะ...อะไรอ่ะ...อ๊ะ!”
ผมดันคนตัวเล็กลงนอนกับที่นอนอีกครั้ง
โดยไม่คิดจะตอบคำถามผมแทรกตัวผ่านระหว่างขาทั้งสองข้างของน้องพรีม
ซึ่งตอนแรกเจ้าตัวได้แต่หนีบไว้แต่ก็ยอมอ้าออก
ปากของผมไล้จูบไปทั่วเรือนร่างเล็กที่นอนอยู่
มือก็ไม่ปล่อยให้ว่างจัดการเอาวาสลีนออกมาแล้วป้ายที่บริเวณช่องทางหลังโดยไม่ทันให้คนตัวเล็กได้ตั้งตัว
น้อพรีมสะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วของผมถูไปมาก่อนจะค่อยๆ สอดเข้าไป “จะ...เจ็บ พี่พี...พรีมเจ็บ...”
อ่า...รัดชะมัด
“อย่าเกร็งนะครับ...”
ผมพูดเสียงเบา
ก่อนที่จะงับลงบนยอดอกเม็ดเล็กนั่นเพื่อให้น้องได้ผ่อนคาย
ซึ่งดูคนตัวเล็กเองก็ไม่ได้ดื้ออย่างที่คิด เพราะความเกร็งเริ่มลดลง
ผมจึงเริ่มเพิ่มนิ้วเข้าไปจากหนึ่งเป็นสอง
และสองเป็นสามพลางควานไปทั่วช่องทางคับแคบนั่น
“อื้อ...”
เมื่อเห็นว่าช่องทางหลังของน้องพรีมเริ่มชินกับสิ่งแปลกปลอมแล้ว
บวกกับคนตัวเล็กที่เริ่มผ่อนคาย ผมจึงถอนจูบออกจากตัวน้องพรีม
แล้วรุกอยู่ทางด้านล่างอย่างเดียว นิ้วของผมขยับเข้าออกช้าๆ เป็นจังหวะเนิบๆ
ซึ่งทำเอาน้องพรีมถึงกับหลับตาแน่นมือก็ปัดป่ายไปทั่ว
โดยพยายามเก็บเสียงของตัวเองให้มากที่สุด แต่ก็ไม่วายที่มันจะหลุดออกมา
ผมหวังว่าวาสลีนมันจะช่วยให้น้องพรีมบรรเทาความเจ็บลง
ถึงผมจะไม่เคยมีอะไรกับผู้ชาย แต่ใช่ว่าจะไม่เคยเล่นกับช่องทางหลัง
ซึ่งผู้หญิงบางคนก็ชอบ แต่ส่วนมากจะบอกว่าเจ็บมากกว่า
“อย่าเกร็งนะครับ...”
ผมพูดกับน้องพรีมหลังจากที่ถอดนิ้วทั้งหมดออกมา
ซึ่งดูคนตัวเล็กจะรู้สึกโล่งขึ้นมาทันที ผมดึงกางเกงตัวเองลงอย่างไม่รอช้า
ก่อนที่เจ้าน้องชายของผมมันจะดีดพรึงออกมาด้วยแรงอารมณ์ อย่างว่า
ตอนนี้อารมณ์ของผมมันฉุดไม่อยู่แล้ว เวลาที่ช่องทางนั้นตอดนิ้วของผม น้องชายของผมก็ยิ่งปวดเข้าไปใหญ่
บวกกับท่าทีหอบๆ กับหน้าแดงๆ ดวงตาช่ำๆ ของน้องพรีม
มันยากเกินกว่าที่จะห้ามตัวเองจริงๆ
ผมดันขาทั้งสองข้างของร่างที่นอนอยู่ไปด้านหน้า
โดยให้สะโพกยกลอยสูงขึ้น น้องพรีมเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร
แต่เริ่มทำหน้าตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดหน้าของตัวเองไว้
ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นประจำเวลาเจ้าตัวรู้สึกอาย พลางส่ายไปส่ายมา
คาดว่าคงเขินมากจริงๆ แต่ผมยิ่งมองแล้วมันยิ่งน่ารักมากกว่า
และตอนนี้น้องผมมันก็พร้อมรบเต็มที่แล้วด้วย
“อึก...!”
“อย่าเกร็งนะครับ” ผมพูดคำเดิมๆ ใส่น้องพรีม แต่ดูเหมือนคราวนี้คนตัวเล็กจะไม่ฟังผมซักนิด
หลังจากที่ผมกดน้องชายผมลงไป ซึ่งมันเข้ายากมากๆ
จนต้องใช้วาสลีนช่วยชโลมอีกครั้งเพื่อบรรเทาความฝืด
น้องพรีมหอบหนักแต่ก็ไม่ได้พูดว่าเจ็บออกมา
ได้แต่หลับตาโดยมีน้ำตาไหลออกมาเล็กน้อยพลางกัดปากของตัวเองแน่น ทำให้มอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจูบคนตรงหน้าเพื่อให้ช่วยบรรเทาความรู้สึกที่เข้ามาหาคนตัวเล็ก
ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ผมเป็นคนมอบให้เองกับมือ...
“จะครางก็ได้นะ...”
“มะ...ไม่เอา
เดี๋ยวพวกพี่ดาวได้ยิน...”
“อย่าฝืนมากนะครับ เด็กดี”
“อะ...อื้อ”
น้องพรีมว่าพลางหลบตาของผม ผมจึงได้ตาจูบซับน้ำตาบนหน้านั่น
โดยที่มือของตัวเองก็ช่วยสร้างความรู้สึกให้กลับส่วนกลางของน้องพรีม
เพื่อที่จะให้ช่วยทดแทนความรู้สึกเจ็บที่แล่นเข้ามา และมันก็ดูเหมือนจะได้ผล
เมื่อคนตัวเล็กเริ่มครางออกมาแม้จะเป็นแค่เสียงเบาๆ ก็ตาม
ได้ทีผมเลยถือโอกาสดันน้องชายตัวเองเข้าไปจนสุด
ทำเอาน้องพรีมถึงกับสะดุ้งเฮือกน้ำตาก็พานไหลออกมาเรื่อยๆ
“เจ็บ...พี่พีพรีมเจ็บ
ฮือ...”
“เจ็บแป๊ปเดียวนะครับ”
ไม่รู้ว่าจะเป็นการเห็นแก่ตัวหรือเปล่าที่พูดแบบนั่น
แต่จะให้ผมถอยตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว น้ำตาของน้องพรีมยังคงไหลไม่หยุด โดยมีเสียงสะอื้นเบาๆ
เป็นตัวประกอบ ผมจึงกดจูบลงไปบนปากสั่นๆ ของคนตัวเล็กๆ ทั้งๆ
ที่น้องชายของผมอย่างคงอยู่ในร่างกายของน้องพรีม อยากขยับจะแย่แล้วครับ
เพราะตอนนี้มันปวดหนึบไปหมดสาเหตุก็คงเป็นเพราะการบีบรัดจากช่องทางหลังของน้องพรีมนั่นแหละ
“อ๊า...”
เสียงเล็กๆ นั่นยิ่งทำให้อารมณ์ของผมพลุ่งพล่าน
น้องพรีมตัวเริ่มเกร็ง คงเป็นเพราะมือของผมที่เกาะกุมส่วนกลางของเจ้าตัว
และมันก็ทำหน้าที่ได้อย่างดี
ทำให้ผมต้องหยุดแม้มันจะเป็นการทำให้น้องพรีมรู้สึกไม่ดีก็ตาม
แต่ผมอยากจะให้คนตัวเล็กปลดปล่อยมาเพราะจากความรู้สึกด้านหลังมากว่า น้องพรีมหอบถี่ๆ
และคงจะทรมานมากที่ผมหยุดการกระทำของตัวเอง ผมดันขาน้องพรีมไปข้างหน้ามากกว่าเดิม
จนมันอ้าออกเต็มที่ ผมจึงค่อยๆ ขยับสะโพกของตัวเองช้าๆ
แต่เสียงของคนตัวเล็กดันขัดขึ้นมาซะก่อน
“อ๊ะ! พะ...พี่พี พรีม...”
“ยังเจ็บอยู่เหรอครับ”
“จะ...เจ็บ”
ผมหยุดช่วงล่างของตัวเอง
ก่อนจะเปลี่ยนจากจับขาน้องพรีมเป็นดึงคนตัวเล็กขึ้นมากอดไว้แน่น ทั้งๆ
ที่ร่างกายของเรายังคงเชื่อมกันอยู่ เสียงสะอื้นเบาๆ
ของน้องพรีมทำให้ผมต้องคอยลูบหัวคนตรงหน้าเพื่อปลอบประโลม น้องพรีมเองก็กอดผมแน่น
โดยใช้ไหล่ผมเป็นที่พิงหัวของตัวเอง ผมจึงกดจมูกลงไปบนคอขาว
ปากก็ไล่เม้มไปทั่วจนมันเกิดสี น้องพรีมเองก็เริ่มมีอารมณ์ร่วมแล้ว จึงค่อยๆ
กระซิบเสียงเบาที่ข้างหูของผม
“ขยับก็ได้
พรีมไม่ค่อยเจ็บแล้ว...อ๊า”
ผมไม่รอช้ารีบขยับสะโพกตัวเองทันที
ดูแล้วน้องพรีมเองก็จะรู้สึกเช่นกัน ถึงได้เผลอหลุดร้องออกมา เราสองคนยังคงอยู่ในท่านั่ง
แต่มันก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับผมเท่าไหร่ ผมขยับสะโพกช้าๆ
ก่อนจะเริ่มเร็วขึ้นเพราะการตอดจากช่องทางหลังของน้องพรีมมันทำให้ผมทรมานไม่น้อย
“อ่า...”
“พะ...พี่พี พรีมรู้สึก...”
ผมกดย้ำๆ
ในบริเวณที่น้องพรีมบอกว่า ‘รู้สึก’ ออกมา
มันคงจะเป็นจุดกระเส่าของเจ้าตัว น้องพรีมถอยหน้าออกจากไหล่ผม ดวงตาเยิ้มๆ
นั่นทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะกดจูบลงไปบนปากเล็ก แต่จูบได้นิดเดียวก็ต้องถอนออก
เพราะตอนนี้อยากจะเน้นทางด้านล่างอย่างเดียว
สะโพกของผมขยับเร็วและแรงขึ้นจนเกิดเสียงเอี๊ยดๆ
จากเตียง กลัวเหมือนกันครับว่าพวกไอ้ดาวจะได้ยิน
โชคดีที่ห้องของพวกมันอยู่ทางด้านหลัง เสียงแค่นี้อาจจะไม่ไปถึงพวกมันก็ได้
แต่ถึงจะไปถึง ผมก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้วล่ะ
ผมปล่อยให้ตัวน้องพรีมนอนราบลงกับเตียงอีกครั้ง
แล้วดันขาของคนตัวเล็กขึ้นเพื่อให้ตัวเองทำได้สะดวกกว่า ผมขยับสะโพกอีกครั้ง
ซึ่งทำเอาคนตัวเล็กถึงกับสั่นครอนตามแรงของผม น้องพรีมกัดปากแน่นและหายใจแรงๆ
อยู่หลายครั้ง จนกระทั้งตัวเองปลดปล่อยออกมาจนเปอะเปื้อนเต็มหน้าท้องของตัวเอง
ผมจึงขยับช่วงล่างเร็วขึ้นเพื่อให้ตัวเองเสร็จตามคนตรงหน้า
ผมครางครั้งสุดท้ายก่อนจะปลดปล่อยของเหลวใส่ไปในตัวของน้องพรีม
ซึ่งทำเอาเจ้าตัวถึงกับสะดุ้ง แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แต่นอนหอบอยู่แบบนั้น
ซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับผมตอนนี้ซักนิด
“มะ...ไม่เอาแล้ว พอแล้ว...”
“...”
ผมไม่ตอบ
ได้แต่หอบพลางมองคนตัวเล็กที่หน้าแดงกล่ำ โดยมีท่อนเนื้อของผมอยู่ในตัว ผมก้มลงเลียน้ำรักบนหน้าท้องของน้องพรีมโดยไม่นึกรังเกียจ
ซึ้งทำให้ผมพรีมทำตาโตแล้วม้วนท้องไปมา คงจะเสียวกับสัมผัสของผม
ผมขยับสะโพกอีกครั้ง ซึ่งทำเอาน้องพรีมถึงกับพูดออกมาด้วยเสียงกระเส่า
“พะ...พี่พี...”
นี่ล่ะ
ตัวกระตุ้นอารมณ์ของผมอย่างดีเลย
“อีกรอบนะครับ...”
“มะ...อ๊ะ!”
ผมขยับสะโพกโดยที่ไม่ให้คนตัวเล็กได้ทันตอบ
มันขยับได้ง่ายขึ้นอาจเป็นเพราะน้ำรักของผมที่คอยช่วยลดการเสียดสี
ตอนนี้มีเพียงเสียงครางของน้องพรีมที่ดังลั่นห้องโดยไม่คิดที่จะกลั้นเก็บอีกต่อไป
ทำให้ผมแถบสติหลุดเมื่อฟังเสียงนั่นบ่อยๆ ชอบเสียงของคนตัวเล็กเวลาครางจริงๆ
ไหนจะท่าทีที่ตัวเองกำลังเสียวสุดๆ อีก มันทำให้ผมแถบคลั้ง
“ครางสิครับ...”
“อ๊ะ...อ๊า...พะ...พี่พี...มัน...”
“...”
“เสียว...พรีมเสียว...”
เพียงคำพูดแค่นั้น
ทำให้ผมเร่งเร้าปฏิบัติการของตัวเองโดยไม่คิดที่จะหยุดพัก
สงสัยคืนนี้คงจะจบลงด้วยอีกรอบ...
และอีก (หลาย)รอบแน่ๆ
TheBuFFalo : จบแล้วจร้า 555+
เขินจัง แต่งไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ มันเลยออกมาดูแข็งๆ
ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านนิยายเรื่องนี้เน่อ (ไม่คิดว่าจะมาใกลขนาดนี้
5555+)